รูปใหญ่ ฉบับ เต็ม เชิญที่ multiply

http://fahpraitawan.multiply.com/photos/album/12


รีวิว ทริป  ปาย-ห้วยน้ำดัง

4.01.2007

เริ่มทริป  ก็สาย ซะหล่ะ  มัวแต่ทำธุรกรรม อยู่
เกือบจะตก รถไฟ  รถออก 14.30 
แต่เราไปถึง ตอน 14.25 
เวรกรรมของข้าพเจ้า
ดีนะ ที่ยุค นี้มีรถไฟฟ้าใต้ดิน
ไม่งั้นตกรถไฟ แหง

แต่เอาน่า  ก็ยังมาทัน แหละ
โดน แก็งค์กระแหนะกระแหน ยกใหญ่
เพราะ ทุกปี จะเป็นเรา
ที่มานั่งหน้าหงิกหน้างอ รอพวกมัน

จากสถานนี้หัวลำโพง
รถไฟออกตรงเวลาแป๊ะ  14.30

แล้วพวกเรา ก็เฝ้ารอ ผัดไทในตำนาน
(คือเรื่องของเรื่อง ขึ้นรถไฟไปเชียงใหม่ทุกครั้ง
เราก็ต้องกิน ไอ้ผัดไทเนี่ยกันทุกครั้ง
แต่ไม่เคยจำได้เลยว่า มันมีที่สถานี้ไหน)

ผ่านไปหลายสถานี แต่ก็ยังไร้วี่แววผัดไทยในตำนาน
ยังไม่ได้กินสักที

ผ่านไปอีก สองสถานี ก็
ไม่ไหว แล้วเว้ย
กับไอ้รถเล็ก สองคน 
ฟาดผัดกระเพรา + ไข่ดาวคนละกล่อง
โอว  รอดตายไป ...


หลับ ..

 

11.25  Pm
ณ. สถานีอุตรดิตถ์

ในที่สุดก็ได้กินแล้ว ผัดไทในตำนาน 
เพื่อให้สมกับที่ รอคอยมาหลายสถานี
เลยจัดการไปซะ สองห่อ 
แถมต่อด้วย ก๊วยจั๊บ กับเปี้ยว คนละครึ่งถ้วย

เสร็จแล้วก็ได้เวลา ซัดยาแก้แพ้อากาศ ไป 2

....
...
..
.

คร้อกกก ๆๆๆๆๆๆๆๆ

 


5.01.2007

6.00 Am
ณ. สถานีเชียงใหม่
ถึง โดยสวัสดิภาพ ด้วยสภาพที่เริ่มจะกระเซอะกระเซิง
แต่ก็นั่นแหละ
ตามประสา  my gang
ทำอะไรใจเย็น  เอ้อระเหยลอยชาย
ลงจากรถไฟกลุ่มสุดท้าย
แล้วก็ ดูเหมือนว่า
เราจะออกจากสถานีรถไฟเป็นกลุ่มสุดท้ายอีกเหมือนกัน
-*-


จากสถานี รถไฟ  เราก็ตรงไปอาเขต เลย
(ตอนแรก กะจะไปกินกาแฟกันที่ กาดวโรรส
แต่ เสียเวลากันที่สถานีรถไฟ ซะนาน
ก็นะ คนมันเยอะ อ่ะ  ... เข้าใจ)

เวลาเจ็ดโมงกว่า
ณ. อาเขต จังหวัดเชียงใหม่

* รถที่จะไปปาย มีสอง ประเภท คือ 

1. รถส้ม อารมณ์ คล้ายรถเมล์เล็กในกรุงเทพ
แต่ขนาดใหญ่กว่าหน่อย  ราคา 72 บาทถึงปาย
(แต่ต้องทำใจนะค่ะ  ท่านจะพบกับ อะไรก็ตาม
ที่ท่านอาจจะคาดไม่ถึง อาทิ เช่น เล้าเป็ด ขนผัก
หรือไม่ก็อาจจะ อ้วก ก่อนจะถึงปาย
เพราะปีก่อนนู่น เราลอง มาแล้ว
เกิด อาการ วิง ๆๆ  บอกไม่ถูกเลย )
2. รถตู้ปรับอากาศ อันนี้ก็มีหลายขนาดเหมือนกัน
แล้วแต่ดวงว่า รอบไหน จะได้คันใหญ่คันเล็ก
ค่าโดยสาร คนละ 150 บาท

แก็งค์ เรา เลือก รถตู้
เพราะตอนที่เราไปถึง
ใกล้เวลาที่รถตู้คันใหญ่(ประมาณรถโค้ช อ่ะค่ะ) กำลังจะออก
แล้วเหลือที่ พอดี  แปดคน ก็เลยโอเค ไป นี่แหละ
รถออก 7.30 Am
เราก็เลยไปเดิน ตุนสเบียง ที่เซเว่น มาเก็บไว้
(หารู้ไม่......  อะไร ต้องติดตามกันต่อ ค่ะ)

7.40 Am 
รถออกจาก อาเขต ตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งสู่ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน


9.15 Am
หนาวแค่ไหน ก็บรรยายไม่ถูกนะค่ะ
รู้แต่ว่าสายขนาดนี้แล้ว แต่ก็ยังเห็น ทะเลหมอกข้างทาง ได้ชัดเจน
คนขับรถตู้ เห็นคน ส่วนมาก ในรถ พยายาม แย่งกันถ่ายรูปริมกระจก
ก็เลยจอด รถ แวะให้เรา ลงไปถ่ายรูปกัน ประมาณ 5 นาที
จากจุด ที่แวะถ่ายรูป  เห็นหลักป้าย 
ห้วยน้ำดัง  15  กิโลเมตร
จากป้าย ประมาณ 15 นาทีก็ถึงจุด แวะพักทานข้าว
จุดนี้รถ จอด ให้เรา  20 นาที เพื่อพักผ่อนอิริยาบถ ตามอัธยาศัย

ไม่ต้องเดาเลยว่า  แก็งค์ เราทำอะไร  เราไม่กิน กันค่ะ
เอาแต่ ถ่ายรูป  
- -''

ที่จุดพักรถ มีร้านข้าวให้เลือกหลายร้าน
มีผลไม้ จำพวกส้ม มัน ข้าวโพด สด ๆ ให้เลือกซื้อกิน
อร่อย ไม่ต้องกลัวอดค่ะ



น้องกาละแม .. เจอน้องเค้าที่ตรงจุดพักรถ  เด็กอาร๊ายยน่ารัก ชะมัด ให้ทำอะไรก็ทำ ดูยิ้มดิ  >,<~


10.40 Am
ถึงท่ารถ  อำเภอปาย ....


ไอ้ป้ายเนี่ย เห็นใครไป เค้าก็ถ่ายกัน
เอามั้ง ๆ พิมพ์นิยม

มองซ้าย  มองขวา  .... แล้วเราจะไปทางไหนกันดี
ตอนลงรถ ได้แผนที่ที่เค้าแจกมาคน ละฉบับ
ก็เอา ว่ะ  กางแผนที่ หาจุดหมายที่เราจะไป

ก่อนจะไป เรา หาข้อมูล เกี่ยวกับที่พักที่สามารถกางเต็นท์ได้ไว้แล้ว
ชื่อ  รีสอร์ท บ้านไม้คนเมือง
ก็ดูตาม แผนที่
โอเค  ดูเหมือนจะไม่ไกล

* ทางไป บ้านไม้คนเมือง

จากสถานีขนส่งปาย  หันหน้าออกมาที่ถนน ให้เดินเลี้ยวขวา
เดิน ตรงมา
ผ่าน all about coffe
ผ่านร้านมิตรไทย
จะเห็นร้าน น้องเบียร์  อยู่ตรงแยกไฟแดง
แต่ไม่ต้องแวะ นะค่ะ .. 55 (แล้วจะบอกเค้าทำไมค่ะ -*-)
จากแยกไฟแดง ให้เลี้ยวขวาค่ะ
เดินไปสี่ห้าก้าวจะเห็นป้าย บอกว่า
บ้านไม้คนเมือง อีก 200 เมตร
(อาจจะ 200 เมตรแม้วไปซะหน่อย นะค่ะ - -'')
นั่นแหละค่ะ  เดินไปตามถนนเรื่อย 
รีสอร์ท บ้านไม้คนเมืองจะอยู่ทางขวามือ
เลี้ยวเข้าไปเลยค่ะ
เบอร์โทรติดต่อ เผื่อหลงจริง ๆ   053-699499


รีสอร์ท  บ้านไม้คนเมือง




รีสอร์ทบ้านไม้คนเมือง อีกมุม ที่ถ่ายจากลานกางเต็นท์




ค่ากางเต็นท์ที่นี่  ถูกค่ะ คนละร้อยต่อคืน
มีอุปกรณ์ พวก เสื่อ กับหมอนให้ค่ะ
แล้วก็มีห้องน้ำ สะอาด  ๆ ให้ใช้

บริเวณกางเต็นท์จะเป็นลานกว้าง
เรียกได้ว่า ลาน อยู่กลางแม่น้ำปาย เลยก็ว่าได้



บริเวณลานกางเต็นท์  ริมต้นน้ำปาย


พวกเราไปกัน แปดคน  ก็แปดร้อย
แต่พี่เจ้าของใจดี  ลดให้เหลือ ทั้งหมด  700 บาท
แถม พี่ที่ทำงานที่รีสอร์ท ยังมาช่วยเรากางเต็นท์อีก
น่ารักจริง ๆ 

 

12.00 Am
นั่ง รอ สาว ๆ เค้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
เพื่อที่จะไปกินข้าวในตัวเมืองปายกัน

บรรยากาศที่ปายตอนเที่ยง ๆ
ร้อนตับแตก  ไม่ต่างอะไรกับกรุงเทพ เลย
- -''


บ่ายกว่า  ได้เวลา ยุรยารท ออกจากที่พักกันสักที
เดินออกจากรีสอร์ทไม่เกินสิบก้าว
ปิ๊นนนนน  ๆๆๆ
เสียงรถบีบแตร
มีรถกระบะใจดี ค่ะ  ถามว่า พวกเราจะไปไหนกัน
ถ้าไปในเมืองไปด้วยกันก็ได้
พวกเราก็ไม่รอช้าเลยค่ะ
กระโดดขึ้นหลังรถกระบะลุงใจดีเลย ^^''

ถึงตัวเมือง เดินชมไปเรื่อย ๆ



ผ่านร้าน sabai-dee


ผ่านร้าน mu


pai post studio


มุมพิมพ์นิยม  ณ. all about coffee ...


all about coffee  ...เดี๋ยวมีเรื่องเล่าให้ฟัง


ร้านขายโปสการ์ด จะมีเป็นระยะ ๆ ในปาย


ป้ายบอก ทางแบบนี้ก็มีแทบจะทุกหัวมุม ในปาย

เห็น ร้านไหน ก่อน ก็เข้าเลยค่ะ
ตอนที่เดินผ่านไป 
ผ่านร้านน้องเบียร์  เห็นบรรกาศโอเค คนเยอะ
อ๊ะ  น่าจะอร่อย

เข้าไปก็สั่งเลยค่ะ  เพื่อนก็สั่งอาหารตามสั่ง
บางส่วน สั่งข้าวซอย  เพราะคิดว่าน่าจะได้ไว
ปรากฏว่า

อาหารตามสั่งมาก่อน ข้าวซอย  คับผม
-*-
ไอ้เราก็นั่งง อยู่พัก นึง
รอไม่ไหว แล้วเว้ย  หิว
เดินไปดู ปรากฏว่า ข้าวซอย ของเรายังไม่ได้ทำเลย
พนักงานบอกทำไม ไม่เดินมารับเอง
อ้าววววว  แล้วไมไม่บอกตั้งแต่เมื่อกี้คับพี่
-*-
ความอร่อย ของข้าวซอยลดไป  สามสิบเปอร์เซ็นต์
แต่ก็มาเที่ยวไม่อยากหงุดหงิด 
ก็ไป  ไปต่อแถว เอาข้าวซอย
ปรากฏว่า ต้องรอ หมี่กรอบ อีกครับ หมี่กรอบหมด
- -''
กว่าจะได้ กินข้าวซอย ปรากฏว่าเพื่อนที่กินอาหารตามสั่งกินอิ่มแล้ว
ยังไม่จบ ค่ะ 
มีเพื่อนคนนึงเดินไปสั่งหมูสะเต๊ะ เพราะเห็นว่าหน้าตาน่ากิน
แต่นานแล้วก็ยังไม่ได้
เลยเดินไปตาม
คนทำกลับบอกว่าอะไรี เมื่อกี้ไม่ได้มีคนมาสั่งเลยนะ
แต่ทำแล้วให้โต๊ะ อื่นไปแล้ว เหลือแค่นี้เอาหรือเปล่า

เอ่อ ... จบค่ะ ร้านนี้

พอกินอิ่ม เราเริ่มมีแรง ตะเกียกตะกายกัน แล้วค่ะ
ตอนแรก กะจะไปเช่ามอเตอร์ไซค์ เพื่อที่จะขับไปรอบ ๆ
อย่างที่เคยอ่าน คำแนะนำมาในอินเตอร์เน็ต
แต่ก็พบว่า เราไปกัน แปดคน ต้องเช่ามอเตอร์ไซค์ สี่คัน
ก็ 400 บาท  ต้องเติมน้ำมันอีกไม่ต่ำกว่าคันละ 100
ก็ตก รวมกัน เกือบพันบาท

แล้วที่เที่ยวแต่ละที่  ก็ยังไม่รู้เราจะไปถูกกันหรือเปล่า
ก็เลยลองไปติดต่อ พวกนำเที่ยวที่ อยู่แถวสถานีขนส่งดู
ปรากฏว่า เจอกระบะลุงใจดีคนนั้นค่ะ
แก็งค์ เรา เลยส่งมือฉมัง ในการต่อรองราคาไปต่อรอง
ผลปรากฏว่า 
ได้ราคา 600 บาท 
ต่อการพาไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวรอบเมืองปาย
โอเค ค่ะ คุ้ม.....


โปรแกรม การเที่ยว ของเราเริ่มต้นที่
วัดน้ำฮู

ที่วัดนี้มีหลวงพ่ออุ่นเมือง อายุ กว่า 500 ปี
สถานที่ประดิษฐานของเจ้าพ่ออุ่นเมือง
พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่พระเศียรส่วนบนสามารถเปิดได้
และมีน้ำขังอยู่ ซึ่งน้ำในพระเศียรนี้จะซึมออกมาตลอดเวลา


หลวงพ่ออุ่นเมือง พระพุทธรูปเก่าแก่ อายุกว่า 500 ปี
ในองค์ท่านมีน้ำซึมตลอดเวลา
 


สระบัวที่วัดน้ำฮู


หมู่บ้านรักไท
เป็นหมู่บ้านคนจีนที่อพยพหนีภัย เข้ามา
คนที่นี่ส่วนใหญ่เลยใช้ภาษาจีนคุยกัน
ที่หมู่บ้านรักไท มีชาดี  ๆ ขาย พร้อมมีถ้วยชาสวย ๆ ด้วย


ดูน่ากลัวเน๊าะ  ถ้ากลางคืน นี่คงขนลุกน่าดู

ด้านข้างมีร้านอาหารจีนยูนาน
เมนู เลื่องชื่อ คือขาหมู หมั่นโถว
แต่แก๊งค์เราก็อนาถากินได้ แต่หมั่นโถว 

โถ  ... เวรกรรม - -''


น้ำตกหมอแปง
เป็นน้ำตกขนาดเล็กไหลลงอยู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง
มีน้ำตลอดทั้งปี


น้ำไม่มาก  ไหลเอื่อย

เจดีย์พระธาตุแม่เย็น วัดแม่เย็น
ไปนมัสการพระธาตุแม่เย็น 
แล้วก็ชมทิวทัศน์มุมกว้างของเมืองปาย












เจดีย์พระธาตุแม่เย็น


วิวเมืองปาย มองจากวัดพระธาตุแม่เย็น

โป่งน้ำร้อนท่าปาย
น้ำร้อนจากบ่อน้ำร้อนจะไหลรวมกันเป็นธารน้ำร้อน
ขยายเป็นบริเวณกว้าง
สามารถเอาเท้าไปแช่น้ำ  หรือไปอาบน้ำที่นี่ก็ยังได้


แก็งค์ กับโป่งน้ำร้อนท่าปาย

สะพานประวัติศาสตร์
สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง
ขณะที่ญี่ปุ่นมีเรืองอำนาจอยู่ในประเทศไทย
โดยมีวัตถประสงค์เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงกำลังพล
และอาวุธสู่พม่าเช่นเดียวกันกับสะพานข้ามแม่น้ำแคว

ในอดีตสะพานนี้เคยถูกใช้เป็นเส้นทางเดินทางของประชาชนทั่วไป
จนกระทั่งปัจจุบันก็มีการสร้างสะพานคอนกรีตมาตรฐานแทนที่
เมื่อสะพานนี้ทรุดโทรมลง


สะพานประวัติศาสตร์


ต่างคน ต่างถ่าย

เราได้ดูพระอาทิตย์ตก ที่ปายกันแถวนี้











(ข้อมูลบางส่วนจาก  http://www.ezytrip.com )


ปายแคนยอน  หรือ  กองแลน
ลักษณะเหมือนแพะเมืองผีที่ แพร่
แล้วก็เป็นจุด ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยอีกที่นึงในปาย
เสียดายที่พวกเรามาไม่ทัน
เพราะตอนที่เราไปถึง พระอาทิตย์ตกไปเรียบร้อยแล้ว
อากาศหนาวและความมืด เข้าครอบคลุม


ปาย แคนยอน หรือ  กองแลน

เราเที่ยวที่ปาย แคนยอน เป็นที่สุดท้าย
แล้วคุณลุงก็ไปส่ง เราที่เดิมที่สถานีขนส่ง

19.30 Pm
ถนนคนเดินที่ปาย เริ่มเปิด แล้ว
เราก็เดิน เล่นกันเรื่อย ๆ  แล้วแยกกันไปกินข้าว
เรา แอนนี่  เปี้ยว รถเล็ก
ไปกินผัดไทย กับ บัวลอย
แจ็คพ๊อต  ไม่อร่อย  เลยทั้งสองอย่าง
ก็คิดดู บัวลอยอ่ะ เผือกยังไม่สุก เลย
เสียอารมณ์ สุด ๆ


เดินผ่าน ร้าน โปสการ์ดสุดฮิต ร้านมิตรไทย เดิน เลือก ๆ ดู
ไม่ถูกใจอ่ะ  มันกรุงเทพ เกิน
เลยเดินมาอีกร้าน  ร้าน mu
โอเค นะร้านนี้  ก็เลย เลือกมา 3 แผ่น ราคา100 บาท
แล้วก็กลับไปเลือก ที่ร้าน มิตรไทย อีก 3 แผ่น  50 บาท
เสร็จแล้วก็เดิน ผ่านร้าน mu 
ตรงข้ามร้าน mu มีร้านอีกร้านชื่อ under-over
มีพี่คนนึงมาเปิดโต๊ะวาดรูปเหมือนแบบล้อเลียน
เป็นโปสการ์ด ใบละ 35 บาท ก็เลยไปนั่งให้เค้าวาด
ออกมา น่ารักดีอ่ะ ... ดูแล้วยิ้มทุกที



ถนนคนเดิน  ที่เมืองปาย .. เหมือนข้าวสาร ป่ะหล่ะ


ร้านขายโปสการ์ด  แทบที่เรียกได้ว่า เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ในปายเลย


ร้านหนังสือเก่า เก๋ ๆ ในเมืองปาย


นี่ก็ขายโปสการ์ด





ยานพาหะนะหลักในปาย .. มอเตอร์ไซค์


ร้านมิตรไทย ยามค่ำคืน คราคร่ำ ไปด้วยผู้คน แนว ๆ


เดิน กลับรีสอร์ท 


ระหว่างทางกลับ รีสอร์ท  .. พระจันทร์สวย ๆ
ที่ในกรุงเทพ ไม่ค่อยได้เห็น


แวะซื้อข้าวกระเพราะไก่ + ไข่ดาว  เป็นที่พึ่ง สุดท้าย
กลับไปนั่งกินที่เต็นท์
สนทนากันเรื่อง  พรุ่งนี้จะไปไหน
เพราะ ตอนแรกที่จะไปปางอุ๋ง
แต่ปรากฏว่า ค่ารถ จาก ปาย ไปปางอุ๋ง  2500 บาท
ถือว่าแพงเอาการ 
แล้ว ถ้าไป ก็ได้เที่ยวแค่ถ้าลอด แล้วก็ปางอุ๋ง
เห็นว่ามันไม่คุ้ม  เลยยก เลิก โปรแกรม ปางอุ๋งไป
พยายามเสนอกันว่า จะไปที่ไหนกันดี
แต่ มีบางคน ยังไงก็จะลง เชียงใหม่

* โอเค..... ได้
แต่นี่ไม่ใช่นิสัย  ของคนที่จะไปเที่ยวเป็นกลุ่ม
การไปเที่ยวเป็นกลุ่ม
ไม่ใช่แค่การ อาศัยเค้าไปเพื่อให้ถึงแค่ที่จุดหมายที่ตัวเอง ต้องการ
แต่ ต้องถึงจุดหมาย ของคน ทั้งกลุ่มด้วย
การตัดช่องน้อย แต่พอตัว ดูเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไป
แต่ก็นะ จะทำไง ได้ ต่างคน ต่างคิด
ไม่ว่าอะไร อยากทำอะไรเชิญ
..เว้นแต่ว่า..
จะไม่ได้รับคำชวน ไปไหน จากเราอีกแค่นั้น

สรุป คือ 
กวางกับ ปุ้ย  อยู่ปาย ต่อ
แอนนี่  เรา  รถเล็ก  เปี้ยว  ไปห้วยน้ำดังต่อ
ส่วนคนอื่น ลงเชียงใหม่


พอสรุปกันเสร็จ  โอเค หมดอารมณ์
ต้องไปบิวท์อารมณ์ใหม่
เลย ไปนั่งเขียนโปสการ์ดแถวร้านอาหารในรีสอร์ท
บรรยากาศ ดี  + ชาอุ่น ๆ ทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นได้ไม่ยาก
ระหว่างนั่งเล่น เพลิน
ก็ ได้โอกาส ร่างข้อความที่จะส่งโปสการ์ดไปด้วย

ร่างสำหรับ โปสการ์ดสองใบพิเศษ
เพราะพอจรด ปากกา ลงไป นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
ว่าจะเขียนอะไรดี

นั่งบิวท์อารมณ์เกือบชั่วโมงก็เขียนเสร็จหล่ะ
โปสการ์ด  สองใบ พิเศษ

^^


รูปนี้เป็นรูปที่ชอบที่สุด  ไม่เคยถ่ายเปลวเทียน ได้สวยขนาดนี้
ถ่ายระหว่างบิวท์ อารมณ์ เขียนโปสการ์ด


การส่งโปสการ์ด มันก็เป็นการเสี่ยงโชค อย่างนึง
คือจะต้องลุ้น ว่า
โปสการ์ดมันจะเดินทางไปถึงมือผู้รับ  ได้อย่างปลอดภัย หรือเปล่า ?
แล้ว โปสการ์ดแผ่นนั้น มันจะเรียกรอยยิ้ม หรือน้ำตาจาก คนรับ ?

แต่ความจริงคือ เมื่อการเดินทางของโปสการ์ดสิ้นสุดลง
จะมีคนส่งสักกี่คนที่จะรู้ที่อยู่ ที่แท้จริงของโปสการ์ดใบนั้น
ว่าที่สุดแล้ว ...
โปสการ์ดแผ่นบาง ๆ ที่แทนความรุ้สึกหลากหลายของเรานั้น
มันจะไปอยู่ในลิ้นชัก
... บนโต๊ะทำงาน
... ติดอยู่หน้ากระจก
... อยู่ในกล่องกระดาษ
 

หรือบางที มันอาจจะไปนอนอยู่ในถังขยะ
ตั้งแต่วันที่มันถึง มือผู้รับ แล้ว ก็เป็นได้


เรา กับเปี้ยว อาบน้ำ  ก่อนนอนกันด้วย
แต่กว่าจะนอนกันได้ ก็เที่ยงคืน หล่ะ
เพราะว่า  ต้องรอแฮปปูรี่เบิร์ทเดย์ แอนนี่ก่อน
กวางอุตส่าห์ หอบเค้ก เมืองตรัง มาจากพัทลุง
แอบ กิน ไฮเนเก้น เป็น เพื่อนไอ้รถ  ไปสองสามแก้ว
สาว ๆ แยกกันไปนอน
ส่วน ไอ้รถเล้ก  โน่นนน
ไปเนียน  เมา ๆ
กับกรุ๊ป อื่น ที่มา กางเต็นท์ ข้าง ๆ เรา
เหตุผล ที่มันไป เนียน กับเค้า ต อ แ ห ล มาก 
คือ มันบอกว่า  ไป หาไฟ

หืมมมม อิรถเล็ก ....

 


6.01.2007

ตื่นเช้า  (เจ็ดโมงกว่า นี่ เช้าหรอ ? )
มองออกไปนอกเต็นท์ แม่น้ำปายปกคลุมไปด้วยไอหมอก


ณ เวลา แปดโมงเช้า 
ไอหมอก ยังไม่จางหายไป จากลำน้ำปาย
ถึงแม้ พระอาทิตย์จะขึ้น มานานแล้วก็ตาม




กาแฟอุ่น ๆ ระหว่างรอสาว ๆ แต่งตัว

พวก เราเตรียม พร้อม ออกไปเดินตลาดเช้ากัน
อันนี้  ฮา มาก
พอออกจากรีสอร์ทพวกเราก็โบกรถ
แล้วก็บอก พี่ใจดี ที่จอดรับเราว่า  ไปตลาดสด นะค่ะ
แล้วเราก็ได้ไป ตลาดสดจริง ๆ
ที่เค้าขายเนื้อสัตว์ ขายผักกันนะ  - -''
ไม่ใช่ตลาดเช้า แบบที่เราต้องการจะมา
ก็ ฮาาาา กันไป

เลยซื้อกล้วยแขก แถวนั้นเดิน กิน กันไปเรื่อย ๆ



ความแตกต่างที่พบได้ทั่วไป ในเมืองปาย


ร้านเก๋ แบบนี้ก็เหมือนกัน  ที่อยู่แทบทุกถนน


เค้าว่ากันว่า  ดอกไม้ กับเมืองหนาวเป็นของคู่กัน


แล้ว  เรา กวาง แอนนี่ ก็มาจบ ที่ร้านไข่กระทะ
ใกล้ ๆ ร้านมิตรไทย
เก้าาอี้สีขาว บวกกับ การจัดร้านแบบโปร่ง ๆ
เลยทำให้ดู น่าเข้าไปนั่ง กิน
เราสั่งไข่กระทะ  รสชาติเฉย ๆ มาก ๆ
แอนนี่สั่ง ข้าวต้มกระดูกหมู  รสชาติเป็นไงไม่รู้ไม่ได้แอบลองชิม
ส่วน กวางกิน โอวัลติน
(จะบอกมันว่าของฟรีมีให้กินที่รีสอร์ททำไมไม่กิน
ชอบ มากิน เสียตังค์ .. แต่เกรงใจพี่เจ้าของร้าน)
กินอิ่มแล้วก็ย้ายไปต่อกัน ที่ 

all about  coffee
ร้านสวย  กาแฟรสชาติดี
แต่....
บริการห่วยแตก
เรารู้สึก ได้ตั้งแต่เดิน เข้าไป
มีสายตาของชายคนนึงที่ไม่ทราบ เป็นเจ้าของร้านหรือไม่
คอยมองเวลาที่พวกเราเดินไปถ่ายรูป หรือเดินไปส่วนไหนของร้าน
ลักษณะเหมือนคอยจับผิด
เราไม่รู้ว่าจะใช่คนเดียวกับ ที่เป็นสามีเจ้าของร้าน
ที่ในเน็ต เค้าบอกว่าเป็นติสท์หรือเปล่า
แต่ถึงจะใช่ กิริยา แบบนั้น ก็ไม่ควรมาใช้กับลูกค้า
เค้า เสียเงินไม่ใช่ถูก ๆ ที่มานั่งกินกาแฟกินขนมที่ร้านคุณ
แต่กลับได้ รับอะไรแบบนี้ มันไม่แฟร์

ถ้าจะติสท์ ช่วยเลือกติสท์ให้ถูกเวลาด้วย
ไม่งั้น ถ้าคนที่ไปเจอ แบบนี้ บ่อยๆ
จากชื่อเสียง  จะกลายเป็นชื่อเสียไปซะง่าย ๆ

เราสั่งลาเต้  ปุ้ยสั่ง เอสเพรสโซ่
แอนนี่สั่ง ช็อกกะแล็ต ร้อน   กวางสั่งบราวนี่
แล้วก็สั่งชา มากินหนึ่งกา
สำหรับ ลาเต้ที่เรา สั่ง เราก็รู้สึกโอเคนะ
รสชาติกับราคาเหมาะสมกันดี 
ลาเต้ ได้กลิ่นนม และฟองนมเป็นสีทอง  ..
เอสเพรสโซ่ของปุ้ย ปุ้ยก็บอกรสชาติใช้ได้
แต่ช็อกกะแล็ต แอนนี่ว่า ไม่อร่อย
ส่วน บราวนี่  กวางว่า รสชาติใช้ได้






ลาเต้ที่เราสั่ง


บราวนี่ของกวาง

หลังจาก เสียอารมณ์กับ ร้าน กาแฟสุดฮิต แล้ว
เราก็ยังไม่เข็ด
ข้ามฝั่ง มานั่งเขียนโปสการ์ด กันที่ ร้านมิตรไทย
แต่ร้านนี้ โอเค ขนาดเรานั่งนาน
พี่เจ้าของร้าน  ก็ไม่มีอาการหงุดหงิดให้เห็น
กลับยิ้มแย้ม ด้วยซ้ำ ...
อย่างนี้ ค่อย สมกับ ราคาคุยที่เป็นร้านโปสการ์ดสุดฮิตหน่อย
นั่งจุมปุ้กกันอยู่ร่วม ชั่วโมง 
ก็พากันเดิน กลับไป ที่รีสอร์ท

เรา เปี้ยว รถเล็ก  แอนนี่   เก็บของเตรียมโยกย้าย
แต่ก่อนไป  ขอกินข้าวมือสุดท้ายกันที่  บ้านไม้คนเมือง
กินกัน หกคน  660 บาท 
อิ่ม อร่อย กันถ้วน หน้า
ไม่หน้าตะเกียกตะกายไปหาของอร่อยกันถึงในเมืองเลย


อาชีพหลัก .. การร่อนแร่   ชีวิตจริง แบบไม่เฟค









กว่าเราสี่คน จะได้ฤกษ์ เยื้องย่าง ออกจากรีสอร์ท
เวลาก็ปาเข้า ไปที่ สี่โมงเย็นกว่า ๆ แล้ว  -*-

ซึ่งมันเป็นเวลาที่รถ จะขึ้นเชียงใหม่ หมดแล้ว
ถ้าจะไป ต้องโบก  หรือเหมารถเท่านั้น
เดิน ออกมาโบก รถ  รอรถ  กันอยู่นานสองนาน
ที่แท้ ดันมารอเส้นที่รถ ไม่ค่อยผ่าน
รอด้วยการถ่ายรูป ไปพลาง ๆ






จริง ๆ บริเวณ นี้ก็กางเต็นท์ได้นะ ฟรี แต่มันไม่ค่อยจะเห็นวิว แค่นั้นเอง
ค่อนข้างปลอดภัย เพราะมีพวกตำรวจทหารอยู่




Backpack


พาหานะหลักอีกอย่าง .. จักรยาน



เวรกรรม
กว่าจะถึง บางอ้อ  ก็มีคุณตำรวจมาช่วยบอกว่า
ควรจะไปรอตรงไหน

ถ้าใครคิดจะโบกรถจากปาย ไปเชียงใหม่ หรือห้วยน้ำดังนะค่ะ
แนะนำ ให้เดินมาโบกรถ ตรงป้อม ตำรวจปากทาง

* ทางไปป้อมตำรวจ
จากแยกไฟแดง ตรงร้านน้องเบียร์
ถ้าตรงมาจากมิตรไทยให้เลี้ยวซ้าย
เดินตรงไปตลอด เลยค่ะ
จะผ่านตลาดสด (ตลาดที่เล่าตะกี้หล่ะค่ะ . -*- )
เดินไปอีก นิด ก็ถึงแล้วค่ะป้อมตำรวจ

ยืนโบกอยู่ตรงป้อมไม่นาน
ได้แล้วคร้าบบบ รถที่จะลงไปเชียงใหม่
พอพี่เค้าพยักหน้าว่า ผ่านก็รีบบอกเลยขอติดรถไปด้วยนะค่ะ
แบ่บไม่รอให้พี่เค้าพยักหน้า 
พวกเราก็กระโดดขึ้นหลังรถ เค้าเรียบร้อยแล้ว
-*-
ระหว่างนั่งไป 
พวกเราก็เหงื่อตก  นึกว่าตัวเอง อยู่ในหนัง initial D กัน
ก็พี่คนขับ เล่น ขับรถ แค่มือเดียว  อีกมือ เสยผมตลอด
คนนั่งข้างหลัง เสียวกัน วาบๆๆๆ
แต่เราก็ถึง ปากทางห้วยน้ำดัง  อย่างสวัสดิภาพ
ด้วยเวลาเพียง 40 นาที (ไวมาก ๆ )

จากปากทางห้วยน้ำดัง 
เราก็ต้องทำการโบก รถ ต่อไปยังจุดกางเต็นท์อีก
เพราะถ้าเดิน โน่นอ่ะ คงโดนเสือคาบไปกินกลางทางซะก่อน


ใช้เวลาไม่นานเราก็โบกรถได้ 
แล้วก็ไปถึงลานกางเต็นท์อย่างปลอดภัย
(เฮ้อออ... ลุ้นตลอด)

เราเลือก ลานกางเต็นท์ กิ่วลม 
บริเวณนี้ลมจะพัด แค่เอื่อย ๆ
(คราวที่แล้วกางลมดอย 
เกือบจะโดนลมพัดเต็นท์แรงมาก
จนคิดว่าจะ ตกเขาตายกันหมด  - -'')

กลางเต็นท์ ท่ามกลาง ทะเลดาวนับล้าน
เป็นช่วง เวลา ที่อยากจะหยุดไว้แค่นั้น

แต่ว่า  ..... คงจะทำไม่ได้  เพราะ  หิว

แป่วววววววววววววววววว

เดินไปหาของกินที่ตรงร้านสวัสดิการ
พร้อม ๆ กับ ไปเช่าแผ่นรองเต็นท์และหมอน
แผ่นรองเต็นท์  ผืน ละ 20 บาท
หมอน ใบละ 10 บาท
ค่ากางเต็นท์ เต็นท์ ละ 30 บาท
ถ้าใครจะเช่า หม้อสนามก็ 120  + เตาถ่าน อีก 50


เพราะถ้าไม่ใช่ช่วงเทศกาล
ที่ร้านสวัสดิกาล เค้าจะไม่มีน้ำร้อนให้

แต่พวกเราไม่ได้เช่า เห็นว่าอยู่คืนเดียว
แค่ต้มมาม่า เสีย เกือบสองร้อย คงจะไม่คุ้ม
เลย กินแต่นม กับขนมกองใหญ่กัน
แล้วก็เหมือน เคย
อิผู้หญิง โรคจิต สองคน พากันเดินไปอาบน้ำ
น้ำเย็นเฉียบ ราวกับออกมาจากช่องฟรีซ
แต่ อาบแล้วสดชื่นอย่า บอกใคร
เดินกลับมากินยาแก้แพ้อากาศไปสองเม็ด
แล้วก็เดินย้อนกลับไปถ่ายพระจันทร์





กลับมานอน
หลับสบาย ......

 

7.01.2007

ณ. เวลาเจ็ดโมงกว่า (กว่าเยอะ มาก ๆ อ่ะ 55)
ตื่น เพราะเสียงแอนนี่คุยโทรศัพท์
นึกว่า คุยกับใคร
ที่แท้ โทรคุยกับ อิรถเล็ก ที่อยู่เต็นท์ข้าง ๆ


ฟ้ายามเช้า



ขอเวลา สิบนาที แอนนี่อยู่สามรอบ
อ๊ะ  ตื่นก็ได้
ตื่น มาก็งัวเงีย ๆ  เก็บของ
เก็บเสร็จคนแรก  เลยไปล้างหน้าแปรงฟันรอ
แล้วก็ เก็บเต็นท์
พอ เก็บเต็นท์เสร็จแล้ว
เราก็เอาของไปกองไว้ที่ประชาสัมพันธ์
ระหว่างทางที่เดินไป มองเห็น แต่ทะเลหมอก
ประทับจิตมาก
คราวที่แล้วที่มา  เจอแต่ลม พัดวื้อๆๆๆ

เอาของไปกองเสร็จ 
ก็มุ่งหน้าไปจุดชมวิว
ระหว่างทางเดิน ก็เห็น ทะเลหมอก  ตลอดเวลา
เราเดินไปวิว พอยท์ โดยใช้ทางลัด ที่ไม่ต้องเหนื่อยปีนขึ้นเขา
ทางนี้จะมีที่กั้นกันไว้  เดินเข้าไปเหอะ
แล้วเดินไป มันจะมีทางแยกขึ้นกับลง
ให้เดินไปทาง ทางแยก ขึ้น
แล้วจะผ่านบ้านพักที่ทางอุทยานเปิดให้คนทั่วไป
สามารถมาเช่าพักได้ 
แต่ใครจะพัก คงต้องจองกันนานอ่ะ ค่ะ
ไปถึงจุดชมวิว
ไม่พูดพร่ำทำเพลง กัน ถ่ายรูปกันลูกเดียว
เราก็ กดไป จน เมมโมรี่เต็ม












ดอกไม้ สวย ๆ แถวจุดชมวิว








นี้ก็  เป็นมุม  พิมพ์นิยม  อีกมุมนึง ... ใครไปมาก็เห็น ได้มาทุกที








เมฆเป็นชั้น ๆ























หันหน้าถ่าย... ได้แบบนี้


หันหลังกลับไปถ่าย.. ได้แบบนี้

มีความสุข สุด ๆ
ไม่ผิดหวังสักนิด ที่ทิ้งความวุ่นวายที่ปาย
ขึ้นมาห้วยน้ำดัง
จะให้มาอีกกี่รอบ  ก็มาได้ นะ
^^

ชื่นชมทะเลหมอกกันจนสมใจแล้ว
ก็ได้เวลาจรลี
เดินกลับไปที่ประชาสัมพันธ์
หมายตากระบะที่ ท้ายว่าง ๆ ไว้
เราเห็นก่อน เลยเดินปรี่ เข้าไปเลย
ก็เจอคนใจดี อีก แล้ว
ให้เราติดรถ ไปลง ปากทางได้
พอลงถึง ปากทางก็ โทร หากวางกับปุ้ย
ว่าจะเอาไง จะลง เชียงใหม่ พร้อมกันป่าว
ปรากฏว่า  สองคน ยังเดินถ่ายรูปกันอยู่เลย
แต่มันบอก จะไปดูรถตู้ให้
ปรากฏว่า  รถตู้ ที่จะลงเชียงใหม่เต็มหมดแล้ว
ซึ่งนั่นก็หมายถึง
เราต้องใช้วิทยายุธ ในการโบกรถ อีกครั้ง
ระหว่างรอ โบกรถ
เจอ เด็กแนว แบ็คแพ็คมาโบกรถ เหมือนกัน
แต่พวกนั้นจะไปปาย 
แต่ดูแต่ละคน อุปกรณ์ครบครันกันเลยทีเดียว

และแล้ว เราก็ได้รถ เชียงใหม่ก่อนพวกเด็กแนว
โบกมือบ๊าย บายร่ำลากัน
รถที่เราโบกมาก็ ไม่ต่างจากคันที่โบกขึ้นมาห้วยน้ำดัง
ขับแบบ  โอ้ววววว ดริฟสายฟ้ามาก
สองชั่วโมงกว่า ก็ถึงตัวเมืองเชียงใหม่
พี่เค้าส่งเรา แถวที่สามารถจะต่อรถแดงไปอาเขตได้ง่ายที่สุด
ใจดีจังเน๊าะ

พวกเราก็ต่อรถแดงไป ยังอาเขต  เพื่อจองตั๋วรถทัวร์กลับ
ก็ได้ รถทัวร์  ป.1 vip 
เวลารถออก  15.00 Pm  ราคา 518 บาท

พอได้รถกลับแล้ว  เราก็ฝากกระเป๋า
แล้วก็ตรงไปกาดวโรรส 
โดยการขึ้นรถแดงไป


* สำหรับเรื่องรถแดง 
ถ้าได้เที่ยวละ เกิน 15 บาท อย่าไป นะ แพงอ่ะ
พวกนี้ชอบทำเนียน

หาข้าวกิน กินข้าวซอยไปหนึ่งจาน ผัดกระเพราะเนื้อสับอีกหนึ่งจาน
ตุนไว้

ส่วนของฝาก ซื้อของฝากได้ไม่มาก  เพราะตังค์ หมด  - -''

ได้เวลา รถออก
ลาก่อนเชียงใหม่  
แต่เดี๋ยวมาใหม่ นะ

55


The END

.

.
.
.
.
.
.
.
.
.

 

ล้อเล่นนนนนนนนนนนนน ยังไม่จบ ค้าบบ


ยังไม่จบ ยังมีต่อ อีกนิด


ณ รถ ป.1 VIP
มีผู้ใดไม่ทราบ ถอดรองเท้า
กลิ่นปวดหัวจนอยากจะอ้วก
ขอเตือน เพื่อน ๆ นะค่ะ ถ้าใครไม่มั่นใจในรองเท้าตัวเอง
กรุณาอย่าถอด เลยค่ะขอร้อง
เพราะมันจะเป็นตราบาปติดตัวคุณ
เวลาที่มีคนในรถ  พร้อมใจ กันสบถดัง ๆ ว่า
' ใครถอดรองเท้าว่ะ เหม็นฉิบ...'

แค่นั้นยังไม่พอค่ะ มีคนลงไปสูบบุหรี่
แต่
ยืนสูบอยู่หน้าประตูรถ
เฮ้ยยย  แล้วควันมันก็ไม่ไปไหน ลอยเข้ามาในรถ
+ กับกลิ่นรองเท้าตะกี้

ไมเกรนจี้ดเลย ...

การจะขึ้นรถสาธารณะ ควรรู้จักมารยาททางสังคมนิดนึงนะค่ะ
ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ
มันเป็นสิ่งที่ 'คน' ควรจะคิดได้

ความเกรงใจ เป็นคุณสมบัติอย่างนึงของ ผู้ดี

ถึง กรุงเทพ  เวลา 00.10   Am  ที่สถานีหมอชิต

00.30 Am  
ถึงบ้านอย่างสมบูรณ์

 

The  END  จริง ๆ


จบการ  รีวิว  ณ บัดนี้


EDIT
เห็นคอมเมนท์ แอนนี่
นึกขึ้น ลืมเล่าเรื่องเสบียง

ไอ้เสบียงที่เรา ซื้อไปจากเซเว่นที่อาเขต นะค่ะ
พอไปถึงปาย ปรากฏว่า

ปาย .. ก็มีเซเว่น
เพล้งงง ....
แง้งง

แล้วไอ้เสบียงเนี่ย   เราก็ขนซื้อกันมาซะ
มาก ขนาด
เราต้องแบกกลับมากรุงเทพ  อ่ะค่ะ


ทำไปได้เน๊าะ

ความหิว ทำให้คนตาบอดได้จริง ๆ
555555555555555555


EDIT  12.01.2007 6.02 pm

ถาม กันเยอะ เรื่องค่าใช้จ่าย
เราสรุป ของเรา คร่าว ๆ ให้ดูหล่ะกันเน๊าะ

ค่ารถไฟ ขาไป   231  บาท
ค่ารถตู้ ไปปาย  150   บาท
ค่ากิน ในปาย ประมาณ  500   บาท
ค่าโปสการ์ด+ ของกระจุกกระจิก  300 บาท
ค่าเหมารถไปเที่ยวหารกับเพื่อนคนละ 100 บาท
ค่ากิน + ค่าอุปกรณ์
ที่ห้วยน้ำดังหารกับเพื่อนคนละ   100 บาท
ค่าของฝาก  300 บาท
ค่ากินที่กาดวโรรส  100 บาท
ค่ารถแดงหลายเที่ยวรวมๆ แล้ว ก็ประมาณ  100 บาท
ค่ารถทัวร์ขากลับ  518 บาท

 

รวม  2399  บาท


เราว่า น่าจะมีเงินไป
สัก 2500-3000 บาท
รับรองไม่อดตายแน่ค่ะ




คำติชม เชิญที่นี่เลยค่ะ

http://smilealways.diaryis.com/?20070111




smilealways
11 ม.ค. 2550 เวลา 10:44 น.

we are in diaryis.com family | developed by 7republic